ในชีวิตของคนๆหนึ่งนั้นถ้าเราพบเห็นผู้คนมากมายที่ประสบความสำเร็จ หรือว่ามีความสุขในชีวิต ในอาชีพการงานของเขา ทำให้เราอยากเป็นเเบบคนนั้นคนนี้อยู่เรื่อยไป
เหมือนกันความใฝ่ฝันขอเราหน่ะแหละที่มันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ม.ต้นเคยอยากจะป็นนักข่าว เพราะคิดว่าไม่ยากและดูลุยๆไม่ต้องมีข้อบังคับอะไรมาก แต่พอมาอยู่ ปวช.ก็เริ่มมีความคิดที่อยากจะทำงานอยู่เบื้องหลังในกองถ่าย แต่ก็ยังอยากเป็นนักข่าวอยู่ พอตอนปี3เทอม1 ต้องมีการออกไปฝึกวิชาชีพหรือไปฝึกงาน ด้วยความที่อยากจะเป็นนักข่าวจะตัดสินใจไปฝึกงานที่หนังสือพิมพ์ถ้องถิ่นฉบับหนึ่ง
(ไม่ขอเอ่ยชื่อล้ะกัน ไม่ชอบ!!) พอเข้าไปฝึกงานจริงๆก็รู้สึว่าที่นี้มันไม่ได้เป็นแบบที่เราคิด เพราะไม่มีอะไรที่สามารถฝึกให้เรามีความรู้เพิ่มขึ้นบ้างเลย จึงต้องออกจากการฝึกงานที่นี่ไปหาที่ใหม่ ทำให้ความฝันที่อยากจะเป็นนักข่าวนั้นดับไป ความใฝ่ฝันที่เข้ามาเเทนที่การเป็นนักข่าวนั้นก็คือการเป็นบุคคลที่ทำงานอยู่เบื้องหลังในกองถ่ายจากกนั้นก็ใฝ่ฝันมาตลอด เพราะดูในทีวีมันดูยุ่งๆ วุ่นวาย รีบเร่ง ต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา คงจะสนุก555 และอยากรู้ว่าชีวิตในกองถ่าย การต้องอยู่ร่วมกับคนอื่น จะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะถ้าได้ทำงานใน GTH โว้ว..วว อยากรู้จังว่ามันจะเป็นอย่างไร สักวันเห้อ...สักวัน
วันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
ความตั้งใจในการเข้ามาเรียนนิเทศศาสตร์
ที่เข้ามาเรียนในโปรแกรมวิชานิเทศศาสตร์นี้ก้ไม่ได้คิดอะไรมากแต่ก็อยากเข้า เพราะตอนสมัยปวช.เคยเรียนเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อทำสื่อมานิดหน่อย จึงมีพื้นฐานติดตัวมานิดนึง เลยคิดว่ามันคงไม่อยากเท่าไหร่ถ้าเทียบกับการเรียนอย่างอื่น ไม่ชอบอะไรที่เกี่ยวกับตัวเลข ไม่อยากเป็นครู ชอบเกษตรเเต่ไม่เอาดีกว่า ไม่รู้สึกชอบอะไรซักอย่าง เเต่ตั้งใจมาเรียน"นิเทศศาสตร์" เคยมีคนถามนะว่า "เรียนนิเทศเเล้วจะทำงานอะไรทำไมไม่ไปเรียนอย่างอื่น" เราก็บอกเค้าว่า"ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำงานอะไรเรียนๆไปก่อนเหอะ เเล้วค่อยว่ากันอีกที"ที่เราตอบเเบบนั้นเพราะมันไม่รู้จริงๆว่าจะเป็นอะไร ก็ยังไม่ได้เรียนหนิ่
พอได้เข้ามาเรียนจริงๆทำให้ได้รู้ว่านิเทศศาสตร์มีอะไรอีกหลายอย่างที่เกี่ยวกับสื่อ ทั้งทางวิทยุ โทรทัศน์ วารสาร สื่อใหม่ที่เรายังไม่รู้อีกมาก ทำให้โปรแกรมวิชานี้มีความน่าสนใจอีกมาก ในเทอมเเรกกับเทอมสองได้เรียนวิชาพื้นฐานเป็นส่วนใหญ่จึงเรียนไม่หนักมาก ไม่ต้องใช้ความคิดมาก เพราะทุกอย่างอยู่ในหนังสือแทบทุกอย่าง เเต่พอเทอมสามนี่สิ!!โหยยย...ยากมากกก เป็นวิชาหลัก เรียนเเบบรวดรัด รวดเร็วกว่าเทอมที่ผ่านๆมา ต้องใช้ความคิดมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว ต้องรู้จักวิเคราะห์ ต้องทำงานเเข่งกับเวลา ต้องมีความรับผิดชอบ โยนความขี้เกียจทิ้งไปให้หมด แต่นั้นมันคือข้อดีเพื่อที่จะพัฒนาตนเอง ถ้ามันไม่ยากเราก็ไม่ฝึกฝน ย่ำอยู่กับที่ เป็นเหมือนเดิมไม่มีอะไรที่พัฒนาความรู้ ความสามารถเราได้ เพราะ ฉะนั้น เราจึงต้องเรียน" เรียนเพื่อรู้เเละนำไปใช้"
พอได้เข้ามาเรียนจริงๆทำให้ได้รู้ว่านิเทศศาสตร์มีอะไรอีกหลายอย่างที่เกี่ยวกับสื่อ ทั้งทางวิทยุ โทรทัศน์ วารสาร สื่อใหม่ที่เรายังไม่รู้อีกมาก ทำให้โปรแกรมวิชานี้มีความน่าสนใจอีกมาก ในเทอมเเรกกับเทอมสองได้เรียนวิชาพื้นฐานเป็นส่วนใหญ่จึงเรียนไม่หนักมาก ไม่ต้องใช้ความคิดมาก เพราะทุกอย่างอยู่ในหนังสือแทบทุกอย่าง เเต่พอเทอมสามนี่สิ!!โหยยย...ยากมากกก เป็นวิชาหลัก เรียนเเบบรวดรัด รวดเร็วกว่าเทอมที่ผ่านๆมา ต้องใช้ความคิดมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว ต้องรู้จักวิเคราะห์ ต้องทำงานเเข่งกับเวลา ต้องมีความรับผิดชอบ โยนความขี้เกียจทิ้งไปให้หมด แต่นั้นมันคือข้อดีเพื่อที่จะพัฒนาตนเอง ถ้ามันไม่ยากเราก็ไม่ฝึกฝน ย่ำอยู่กับที่ เป็นเหมือนเดิมไม่มีอะไรที่พัฒนาความรู้ ความสามารถเราได้ เพราะ ฉะนั้น เราจึงต้องเรียน" เรียนเพื่อรู้เเละนำไปใช้"
วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)